สร้างสรรค์วัฒนธรรม และสังคมเมือง ๓๔ (ไอศครีม แบบไทย)

76586_8726371155
ไอศกรีมมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่นั้นไม่รู้ รู้แต่ว่ามีการนำเครื่องทำน้ำแข็งเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2432
โดยเจ้านายเป็นคนนำเข้ามาจากสิงคโปร์ ประมาณงว่าไอศกรีมน่าจะแพร่หลายเมื่อสัก 50-60 ปีที่แล้ว ครั้งแรกมีขายในเรือก่อน ซึ่งเหมือนกับการขายก๋วยเตี๋ยว ขายกาแฟ แล้วเจ้าเก่าก็เป็นคนจีนอีกนั่นแหละ ที่พายเรือขายไปตามชุมชนริมน้ำ ตามเรือนแพ และตามท่าเรือโดยสารไอศครีมทอด

 

ไอศกรีมครั้งแรกๆ นั้น เป็นน้ำกะทิที่เป็นเกล็ดน้ำแข็งละเอียดใสๆ รสหวานไม่มาก และมีกลิ่นหอมของดอกนมแมว ไอศกรีมน้ำกะทิที่ใส่ในถ้วยแก้วนั้น ต้องโรยหน้าด้วยเม็ดถั่วลิสงคั่ว เด็กๆ ที่หัดกินครั้งแรกนั้นมักจะรู้สึกในตอนกินว่า มันเย็นวิ่งจี๊ดแล่นขึ้นไปถึงสมอง แต่ถึงจะเย็นจี๊ดอย่างไรก็ชอบกิน ตอนนั้นไม่เรียกว่าไอศกรีมจะเรียกว่าหวานเย็น อย่างดีก็เรียกว่าไอติม ซึ่งเมื่อตอนนั้น ราคาเพียงถ้วยละสลึงเดียวไอศครีมทอด
เวลานั่งในเรือนแพกินนั้น ถ้าเขาใส่ในกระป๋องนมที่ทุบปากฝาเรียบร้อยแล้ว เขาต้แงขอกระป๋องคืน เอาไว้ขายคนอื่นต่อไป

 

ถังไอศกรีมแบบก่อนๆ ต้องคอยเอาเกลือเม็ดโรยตรงช่องถังน้ำแข็งด้านนอก แล้วคนขายขยับหมุนถังไอศกรีมชั้นในอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ไอศกรีมน้ำกะทินั้นใสหรือเหลวเกินไป และเมื่อหมดยุคของการขายไอศกรีมทางเรือ ไอศกรีมน้ำกะทิก็ขึ้นมาขายอยู่บนบกตามชุมชนหรือตลาดห้องแถวริมน้ำ ไปตลาดห้องแถวไม้ที่ไหนก็มีกิน แม้กระทั่งเมื่อสัก 20 กว่าปีที่แล้ว ก็ยังพอมีไอศกรีมแบบนั้นอยู่บ้างไอศครีมทอด

 

จากไอศกรีมน้ำกะทิใสๆ นั้น ก็เริ่มพัฒนาขึ้น ตอนนี้เข้มข้นขึ้นแล้ว ใส่ลอดช่อง เม็ดแมงลัก และขนุนที่ฉีกเป็นชิ้นยาวๆ เล็กๆ ส่วนกลิ่นดอกนมแมวนั้นไม่ค่อยมีอีกแล้ว จะมีกลิ่นหอมของขนุนแทน ความอร่อยของไอศกรีมแบบนี้ นอกจากรสหวานของไอศกรีมแล้ว ยังมีความอร่อยของลอดช่อง ของขนุน และเม็ดแมงลัก ที่แข็งโป๊ก ตอนนั้นเรียกชื่อเป็นไอศกรีมกันแล้ว ส่วนราคาก็จะแพงขึ้นด้วย อาจจะเป็นจำนวนบาทแล้วไอติมทอด

 

ไอศกรีมแท่งก็เกิดขึ้นพร้อมๆ กันด้วย เป็นไอศกรีมอีกรูปแบบหนึ่ง ลักษณะแข็งเป็นแท่งกลมๆ ยาวๆ มีก้านไม้ไผ่เสียบสำหรับจับ และมีหลายชนิดเพิ่มขึ้น มีทั้งไอศกรีมกะทิและทำด้วยนม ที่ใช้นมข้นหวานผสมน้ำหวานสีแดงเป็นแท่งสีชมพูๆ แล้วมีอีกแบบคือช็อกโกแลตด้วย มีไอศกรีมถั่วดำ ที่เม็ดถั่วดำจะอยู่ตรงส่วนบนส่วนล่างเป็นกะทิ แบบเผือกก็มี ราคาไอศกรีมแท่งนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นแท่งละสลึงหรือห้าสิบสตางค์

 

วิธีการขายไอศกรีมแท่งมีสองอย่าง อย่างแรกเป็นเด็กขาย จะเอาไอศกรีมใส่กระติกใหญ่ มีฝาเป็นไม้ก๊อกปิด และกระติกนั้นจะใส่ในตะกร้าหวาย มีหูสำหรับสะพายได้ เด็กขายไอศกรีมจะเดินไปตามซอย พร้อมสั่นกระดิ่งทองเหลืองไปด้วย ปกติกระติกใส่ไอศกรีมนั้นใส่ไอศกรีมแท่งได้ไม่มาก เด็กขายไอศกรีมขายเดี๋ยวเดียวก็หมด ก็เด็กที่ขายนั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นเด็กนักเรียน เมื่อเลิกเรียนแล้วก็มาขายไอศกรีมพักหนึ่งแล้วกลับบ้าน
อีกแบบหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่ขี่รถจักรยานขาย มีถังสังกะสีเป็นถังไอศกรีม ใส่ไอศกรีมได้มากกว่าและหลายชนิดกว่า ซึ่งจะมีกระดิ่งติดอยู่กับแฮนด์รถจักรยาน คนขายขี่ไปแล้วสั่นกระดิ่งไปด้วย มีวิธีสร้างแรงจูงใจกับเด็กๆ คือ มีไม้เสี่ยงโชค คนขายจะทำแท่งไม้ไผ่เล็กๆ รวมกันหลายแท่ง ซึ่งมีทั้งแท่งสั้นและแท่งยาว แล้วให้เด็กดึงไม้จากกำมือ เป็นไม้สั้นจะได้ไอศกรีมสองแท่ง ถ้าดึงแท่งไม้เป็นแท่งยาวจะได้ไอศกรีมแค่แท่งเดียวไอติมทอด

 

รถจักรยานขายไอศกรีมนั้นอยู่ยืนยงนานมาก มีไอศกรีมนมอีกแบบหนึ่งมีสีต่างๆ ลักษณะของแท่งไอศกรีมเป็นแท่งกลมๆ ใหญ่ๆ ห่อด้วยกระดาษขาวบางๆ เมื่อเด็กเลือกซื้อแบบไหน จะเอาราคาเท่าไหร่ คนขายจะเอาไอศกรีมนั้นมาตัดบนเขียงไม้โดยตัดขวางแล้วเอาก้านไม้ไผ่เสียบ ผมว่าไอศกรีมแบบนี้ไม่ค่อยอร่อย และไอศกรีมแบบนี้แหละตามต่างจังหวัดมีขายเยอะ ขายอยู่ตามท่ารถโดยสาร

 

ไอศกรีมกะทิก็ยังไม่เสื่อมสลายซึ่งมีหลายชนิดเพิ่มขึ้น มีเจ้าหนึ่งตรงบางซ่อน มีไอศกรีมกะทิรสหลากหลายมาก แถมยังมีบริการใส่ถังสเตนเลสสำหรับคนซื้อไปเลี้ยงในงานต่างๆ

 

ยังมีไอศกรีมอีกแบบหนึ่งซึ่งคนกรุงเทพฯ นิยมไปกินกันมาก เรียกว่าไอศกรีมไข่แข็ง จะขายอยู่ที่ถนนเจริญกรุงใกล้กับถนนบริพัตรและใกล้ๆ กับสะพานเหล็ก มีอยู่หลายร้านขายแต่ไอศกรีม เป็นไอศกรีมวานิลลาแบบสมัยใหม่ แต่เมื่อมีคนสั่งจะตอกไข่ไก่ดิบลงในถังไอศกรีม ปล่อยให้มันแข็งตัวพักหนึ่งแล้วตักใส่ถ้วยเสิร์ฟลูกค้า

 

ภายหลังย่านนั้นเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจใหม่ ร้านไอศกรีมไข่แข็งหมดไป แต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว มีร้านขายไอศกรีมกะทิที่สวนหลวง ถนนบรรทัดทอง ใส่ไข่แข็งด้วย แต่พอมีวิกฤตการณ์ไข้หวัดนก มีการระวังเรื่องการกินไข่ไก่สดๆ การเอาไข่ไก่สดใส่ไอศกรีมของร้านนั้นก็เลิกไป ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีถือว่าเลิกไปเลย

 

เมื่อ 40 ปีที่แล้วไอศกรีมแบบตะวันตกเข้ามาแพร่หลาย รุ่นบุกเบิกครั้งแรกจะมีขายที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย มีร้านไอศกรีมยี่ห้อ Pop มีไอศกรีมหลายอย่าง เช่น รสวานิลลา ช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี ที่นิยมคือไอศกรีมเหล่านั้นใส่เจลลีด้วย อย่างที่พิเศษที่สุดคือ Banana Sprit เป็นไอศกรีมทั้ง 3 ชนิดอยู่ในกล้วยหอม แล้วถ้าใครกินไอศกรีมหนีบกล้วยนี่ต้องรวยด้วย เพราะแพงกว่าไอศกรีมอย่างอื่นๆ ร้าน Pop นี่เป็นร้านไฮโซ ซึ่งเหล่าไฮโซนั้นเมื่อจะดูภาพยนตร์ต้องไปกินไอศกรีมที่นั่น ต้องไปก่อนเวลาฉายนานๆ แล้วนั่งกินไอศกรีมนานๆ พวกดาราภาพยนตร์ไทยก็เหมือนกัน ที่ชอบนั่งแช่โชว์ตัวที่นั่นด้วยเหมือนกัน

 

 

อ่านเรื่องอย่างนี้แล้วก็อดนึกถึง วันคืนดีดี ที่ได้เดินกินไอศกรีม อยู่ตามย่านตลาดฉัตรไชย สมัยยังเด็กกันไม่ได้ โดยเฉพาะไม่รู้ทำไม คิดถึง ‘ลอดช่องลุงดำ’ ขึ้นมาได้ซะอย่างนั้น เอาเป็นว่า เก็บเรื่องนี้มาฝากก่อน แล้วตอนต่อๆไป เรามาสารธยายเรื่องลอดช่องลุงดำกันนะพี่น้องชาวหัวหิน…สวัสดี

 

 

ขอบคุณเรื่องโดย : สุธน สุขพิศิษฐ์ : โพสท์ทูเดย์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s